ทำไมคนเราถึงแก่ก่อนวัย ดูแลอย่างไรดี

ทำไมคนเราถึงแก่ก่อนวัย ดูแลอย่างไรดี

สาเหตุที่คนเราแก่ก่อนวัยได้ มีหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ส่งผลเสียต่อผิวหน้า ถึงแม้ว่าอายุยังน้อย แต่ปล่อยให้อายุผิวเพิ่มขึ้นโดยไม่ดูแลตัวเอง ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้แก่ก่อนวัยได้ ซึ่ง MDI CLINIC ได้รวบรวมแนวทางการดูแลผิวที่เริ่มเสื่อมสภาพ และวิธีปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อปกป้อง และรักษาเซลล์ผิวได้ทันเวลา

Skin Aging Process-MDICLINIC

ปัจจัยที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ

ปัจจัยที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ หลายคนเรียกว่าเป็นภาวะ Skin Aging สามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุปัจจัยภายใน

ปัจจัยภายใน

  • อายุวัยที่มากขึ้น หรือในบางรายอายุยังน้อย แต่อายุผิวเพิ่มขึ้น
  • มีกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสรีระที่เร็ว
  • ระดับฮอร์โมนมีความผิดปกติ

ซี่งสาเหตุปัจจัยภายในเหล่านี้ ส่งผลให้เซลล์ผิวหนังเริ่มเสื่อมสภาพได้เช่นกัน

ปัจจัยภายนอก

สิ่งที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพได้โดยที่เราอาจไม่รู้ตัว มักมาจากสิ่งแวดล้อม หรือมลภาวะรอบตัวไม่ว่าจะเป็น ฝุ่น ควัน รังสี UV จากแสงแดด แสงไฟ โดยเฉพาะแสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ (ฺBlue Light) รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเราไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารที่ไม่มีประโยชน์ก็ทำให้แก่ก่อนวัยได้

แก้ไขปัญหาหน้าดูแก่ก่อนวัย ด้วยวิธีอย่างไร?

03 ปัจจัยที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ

1. ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน

  • ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอต่อวัน
  • ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ โดยไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่
  • ควรผ่อนคลายสีหน้าเป็นประจำ โดยไม่แสดงสีหน้าจากความเครียดบ่อย ๆ
  • ควรล้างเครื่องสำอางออกทุกเมื่อ โดยใช้มือขัด หรือถูเบา ๆ

2. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น

วิธีดูแลผิวหน้าวัย 30+

การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ดี เป็นวิธีอย่างหนึ่งที่ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของผิวไม่ให้แก่ก่อนวัยอันควรได้ แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหลักที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนาน ซึ่งควรมีสารที่ช่วยบำรุงผิว ลดริ้วรอย และให้ความชุ่มชื้น เช่น วิตามินซี (Vitamin C), วิตามินอี (Vitamin E), ไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic), เรตินอล (Retinol), โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) เป็นต้น ที่สำคัญเมื่อบำรุงผิวด้วยครีม หรือเซรั่มแล้ว อย่าลืมปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยครีมกันแแดด เนื่องจากแสงแดดถือเป็นตัวขัดขวางการสร้างคอลลาเจน และอิลาสตินใต้ชั้นผิวหนัง ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 50+ ป้องกันรังสี UVA/UVB PA++++ เพื่อช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดียิ่งขึ้น

 

3. อยากผิวดี ต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

06 ทานอาหารดี ช่วยชะลอวัยไปกว่าครึ่ง

หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “สุขภาพดีได้ ต้องเริ่มจากภายใน” ผิวหน้าของเราก็เช่นกัน หากเราเลือกรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ ยิ่งเป็นอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ อย่างเช่น ผัก หรือผลไม้ที่มีสีเหลือง เช่น ส้ม แครอท ฟักทอง เป็นต้น ธัญพืช เช่น งาดำ ถั่ว เป็นต้น โปรตีน และไขมันดี มีโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอล ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า เป็นต้น ก็จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย และช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี ลดโอกาสการเกิดริ้วรอย และผิวเหี่ยวย่นได้

4. ฉีด BOTOX ลดริ้วรอย

ฉีด Botox ลดริ้วรอย

การฉีดโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) เป็นนวัตกรรมลดริ้วรอย ฟื้นฟูสภาพผิว และใช้ลดกล้ามเนื้อกรามได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามการฉีดโบท็อกซ์ไม่ควรฉีดถี่จนเกินไป อย่างน้อยควรเว้นระยะเวลา 3 เดือน และไม่ควรเว้นระยะเวลานานเกิน 6 เดือน เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานตามปกติ และต้องใช้จำนวนยูนิตของโบท็อกซ์ที่เยอะขึ้นกว่าเดิม

 

5. ฉีด FILLER เติมเต็มร่องลึก

ปัจจุบันโปรแกรมการฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีความปลอดภัยสูง โดยสารเติมเต็มฟิลเลอร์ มีส่วนประกอบของ Hyaluronic acid หรือ HA ซึ่งมีอยู่แล้วในร่างกายเราตามกระบวนการธรรมชาติ

สามารถเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชั้นผิวหนัง ริ้วรอยร่องลึกดูตื้นขึ้น คืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย ผิวกลับมากระชับ และยังสามารถปรับรูปหน้าให้เรียวสวยขึ้นได้อีกด้วย โดยผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนาน 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และรุ่นของฟิลเลอร์ที่ฉีด

ฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มร่องลึก

6. กระชับใบหน้าด้วยเครื่องมือยกกระชับ

Ultraformer MPT เป็นนวัตกรรม Focused Ultrasound ยิงพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS แต่เจ็บน้อย ครอบคลุมทั้งการยกกระชับ สลายไขมันส่วนเกิน ลดริ้วรอยทั่วใบหน้า และบำรุงสภาพผิว อีกทั้งยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้รูขุมขนกระชับ และผิวหน้าเนียนละเอียดขึ้น ซึ่ง Ultraformer MPT สามารถปล่อยพลังงานได้ทั้ง Normal Mode และ Micro Pulse Mode สามารถทำได้ทุกสภาพผิว ทั่วใบหน้า ใต้คาง ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง รอบเอว ปีกหลัง และกระชับเนื้อส่วนเกินใต้รักแร้ หลังทำหัตถการผิวจะกระชับขึ้นชัดเจนเต็มที่ภายใน 3 เดือน และอยู่ได้ยาวนาน 8-12 เดือน แนะนำให้กลับมาทำซ้ำทุก ๆ 6 เดือน

 

Ulthera เป็นเทคโนโลยีที่ทำงานโดยคลื่นเสียงอัลตราซาวด์แบบเฉพาะเจาะจงในระดับความถี่สูง (MFU-V) ยิงพลังงานลงลึกถึงชั้นผิว SMAS ยกกระชับผิวหย่อนคล้อย คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอยให้ตื้นขึ้น สามารถทำได้ทั่วใบหน้าไม่ว่าจะเกรอบหน้า หางคิ้ว หางตา ใต้คาง เหนียง และลำคอ หลังทำหัตถการผิวจะกระชับขึ้นชัดเจนภายใน 1-3 เดือน และอยู่ได้ยาวนาน 12-24 เดือน แนะนำให้กลับมาทำซ้ำทุก ๆ 12 เดือน

 

Oligio เป็นเทคโนโลยีที่ทำงานผ่านคลื่นวิทยุ Monopolar RF ยิงพลังงานลงลึกสู่ใต้ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ทำให้เกิดการกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่วนผิวหนังด้านบน หรือชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงสลายไขมันส่วนเกินบนใบหน้าให้กระชับ สามารถทำได้ทั่วใบหน้า ใต้คาง เหนียง และลำคอ หลังทำหัตถการผิวจะกระชับขึ้น 20-30% และอยู่ได้ยาวนาน 6-12 เดือน แนะนำให้กลับมาทำซ้ำทุก ๆ 6 เดือน หรือ 1 ปี

 

ทำหัตถการที่ MDI Clinic ดีอย่างไร ?

  • ผลลัพธ์ที่ได้ตรงความต้องการ เน้นความพึงพอใจของคนไข้
  • แพทย์ประสบการณ์สูง เชี่ยวชาญด้านปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ
  • ได้รับบริการระดับพรีเมียม ละเอียดใส่ใจในทุกขั้นตอน
  • ผลิตภัณฑ์ และเครื่องมือมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน

 

ดังนั้นเพื่อป้องกันการแก่ก่อนวัย ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน และศึกษาข้อมูลการรักษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมแต่ละบุคคล หากท่านใดสนใจเข้ารับโปรแกรมยกกระชับหน้า หรือหัตถการฉีด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อทราบถึงปัญหาที่ต้องการแก้ไข และรักษาได้อย่างตรงจุดเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ซึ่งที่ MDI CLINIC ยินดีให้คำปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

ปรึกษาคุณหมอ หรือสอบถามเพิ่มเติม

Call : 0923249465

Facebook : MDI CLINIC 

Instagram : MDI CLINIC.TH

 

Recommended Posts