Radiesse 5 คุณประโยชน์_01

Radiesse เหมาะกับใคร ช่วยแก้ปัญหาจุดไหนบ้าง

Radiesse (เรเดียส) เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน หรือที่เรียกว่า Biostimulator ชนิดพิเศษที่ประกอบด้วย CaHA (คา-ฮ่า) หรือ แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทด์ (Calcium Hydroxylapatite) ให้ผลลัพธ์เสมือนการเติมวอลุ่มให้กับผิวแบบเห็นผลทันที และช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงได้ทั้ง 5 องค์ประกอบในระยะยาว กระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยตาข่ายผิวใหม่ จึงเหมาะสำหรับการช่วยฟื้นฟูริ้วรอย แก้ปัญหาผิวที่เกิดการเสื่อมสภาพในระดับปานกลางถึงระดับสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ร่องน้ำหมาก ร่องแก้ม บริเวณคอ บริเวณหลังมือ เป็นต้น

นวัตกรรมสารเติมเต็มงานผิวอย่าง Radiesse มีความโดดเด่น และพิเศษไม่เหมือนใคร ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทั้งจาก US , EU และ TH FDA เรียบร้อยแล้ว Radiesse เป็นสารฉีดกระตุ้นการสร้างเส้นใยผิวใหม่ หรือที่เรียกว่า Regenerative Biostimulator ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ CaHA Microsphere (คา-ฮ่า ไมโครสเฟียร์) *CaHA ที่เรียกว่า “คา-ฮ่า” จุดประสงค์ก็เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ โดย CaHA Microsphere เป็นสารที่พบได้อยู่แล้วในกระดูกและฟันของเราทุกคน ปัจจุบันในทางการแพทย์นิยมนำสารตัวนี้มาใช้ประโยชน์ในเรื่องต่าง ๆ เช่น ใช้ในการปลูกถ่ายกระดูก หรือใช้ในการรักษาฟัน ด้วยความที่ CaHA Microsphere มีความเข้ากันได้กับร่างกายเป็นอย่างดี หรือที่เรียกว่า Biocompatibility ที่สำคัญไม่เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ต่อต้าน (non-immunogecin properties) CaHA Microsphere จึงถือได้ว่าเป็นสารที่ปลอดภัย และได้มาตรฐานมากพอที่จะนำมาใช้ในทางการแพทย์

Radiesse หลักการทำงาน_02

หลักการทำงานของ Radiesse

หลักการทำงานสำคัญของ Radiesse เริ่มจากการที่แพทย์ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นระนาบใต้ผิว โดยเมื่อตัวยาเข้าไปในชั้นผิวแล้ว จะเกิดการกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดคอลลาเจนในผิวให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จากนั้น อนุภาค CaHA จะก่อตัวเป็นโครงสร้าง และเกิดการกระตุ้นเซลล์ให้ผลิตคอลลาเจนรอบ ๆ โครงสร้าง หรือเส้นใยตาข่าย 3 มิติ หรือ 3D Matrix ส่งผลให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว เสริมสร้างความแข็งแรงไปถึงโครงสร้างรอบเซลล์ผิวในผิวชั้นลึก หลังฉีดทันทีผิวของคุณจึงถูกเติมเต็มและอิ่มฟูขึ้น ยิ่งกว่านั้น CaHA ยังเข้าไปช่วยฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพจากอายุที่มากขึ้น กระตุ้นให้เกิดการสร้างอีลาสติน (Elastin) ในชั้นผิวสูงถึง 250% ทำให้ผิวยืดหยุ่นและคืนตัวได้ดี และยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้อีกด้วย

โดยสรุปก็คือ Radiesse จะเข้าไปช่วยฟื้นฟู Fibroblast ทำให้เกิดการกระตุ้นสารสำคัญในร่างกายทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ Collagen Type 1, Collagen Type 3, Elastin, Angiogenesis (สารอาหารหล่อเลี้ยงผิว) และ Proteoglycans (สารน้ำหล่อเลี้ยงผิว) ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวดูแน่นและเฟิร์มกระชับขึ้น ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ และฟื้นฟูผิวให้ผิวดูอ่อนเยาว์

Radiesse เหมาะกับส่วนไหนบ้าง_03

Radiesse เหมาะกับใครบ้าง

  • ผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป มีริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัย
  • ผู้ที่ต้องการมีผิวเด็ก อยากเพิ่มคอลลาเจนให้ผิว
  • ผู้ที่ผิวหน้าไม่มีวอลุ่ม ขาดคอลลาเจน
  • ผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า บริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
  • ผู้ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด
  • ผู้ที่มีรอยแผลเป็น มีรอยบุ๋มหรือมีหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก
  • ผู้ที่มีผิวแห้ง ผิวหมองคล้ำ มีรูขุมขนกว้าง ขาดความชุ่มชื้น
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอ หรือหลังมือ

Radiesse ไม่เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่ภาวะเลือดออกผิดปกติ
  • ผู้ที่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชา หรือแพ้สารที่เป็นองค์ประกอบใน Radiesse
  • ผู้ที่มีภาวะช็อกจากการแพ้ หรือมีประวัติการแพ้อย่างรุนแรง
  • ผู้ที่มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูนหรือคีย์ลอยด์สูง
  • ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อใกล้บริเวณที่ทําการรักษา หรือการอักเสบของผิวหนัง
Radiesse คุณสมบัติของ_04

คุณสมบัติของ Radiesse ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง

  1. ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I สูงถึง 150% ทําให้ผิวมีโครงสร้างแข็งแรง (Strong Structural Skin) เปรียบเสมือนเป็นเสาเข็มให้เซลล์ผิวใหม่มายึดเกาะ ซึ่งส่งผลให้ผิวกระชับและเต่งตึง
  2. ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type III สูงถึง 130% โดยฟื้นฟูถึงระดับคอลลาเจน และอีลาสตินที่อยู่ใต้ผิวหนังในบริเวณเนื้อเยื่อให้มีการจัดเรียงใหม่ ส่งผลให้ผิวมีความกระชับ มีวอลุ่มมากขึ้น และริ้วรอยลดลง
  3. ช่วยกระตุ้นการสร้างอีลาสตินสูงถึง 260% ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว
  4. ช่วยกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดขนาดเล็ก ส่งผลให้มีสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ผิว หรือที่เรียกว่า Angiogenesis
  5. กระตุ้นการสร้างนํ้าหล่อเลี้ยงผิวทําให้ผิวชุ่มชื้น ยืดหยุ่น และคืนตัวได้ดี หรือที่เรียกว่า Proteoglycan

อย่างไรก็ตาม หลังฉีด Radiesse อาจมีรอยแดงจากเข็มหรือรอยเขียวช้ำ ซึ่งถือเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ โดยจะหายได้เองภายใน 1-3 วัน แต่ในบางกรณีที่เกิดผลข้างที่ไม่ปกติ แนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที เพื่อปรึกษา และวางแผนหาแนวทางการรักษาอย่างเหมาะสม

ปรึกษาคุณหมอ หรือสอบถามเพิ่มเติม

Call : 0923249465

Facebook : MDI CLINIC 

Instagram : MDI CLINIC.TH

 

Recommended Posts